10 อันดับวัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก (วัดในพระพุทธศาสนา)
10 อันดับวัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก วันนี้ผมได้ค้นหาข้อมูลถึงความใหญ่โตของวัดในศาสนาพุทธ ที่ติดอันดับโลกเพราะอยากจะรู้ว่าในประเทศไทยจะติดอันดับกับเขาด้วยหรือเปล่า และก็ได้รู้ว่าวัดในประเทศไทยติดท็อป 10 กับเขาด้วย
พุทธศาสนาเป็นศาสนาประเภทอเทวนิยม หรือศาสนาที่ไม่มีพระผู้เป็นเจ้า แต่หลักคำสอนได้สอนให้แสวงหาการหลุดพ้น ไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก ศาสนาพุทธเป็นศาสนาหนึ่งที่ได้รับกับนับถือจากผู้คนเป็นจำนวนมาก รองจากศาสนาคริสต์, อิสลาม และฮินดู และปัจจุบันก็ได้เจริญมากในประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย เราจึงมักได้พบกับสถาปัตยกรรมอันสวยงามและยิ่งใหญ่ของวัดวาอารามมากมายในภูมิภาคเอเชียนี้ จากข้อมูลทั่วโลกจะมีวัดในศาสนาพุทธโดยประมาณ 500 ล้านวัดขึ้นไป
ข้อมูลเกี่ยวกับวัดในศาสนาพุทธที่มีความยิ่งใหญ่และขนาดใหญ่ที่สุดในโลก 10 อันดับในปัจจุบัน ซึ่งถูกบันทึกในกินเนสบุ๊ค เวิลด์ เรคคอร์ด มาดูกันว่าวัดในประเทศไทยจะติดอันดับความใหญ่โตระดับโลกกันบ้างมั้ย ดังนี้เลยครับ
อันดับที่ 10 วัดแฮอินซา (Haeinsa Temple) ประเทศเกาหลีใต้
วัดแฮอินซาเป็นวัดในศาสนาพุทธ นิกายมหายาน ตั้งอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเกาหลีใต้ อยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติคายาซาน วัดแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยชิลลาเมื่อ พ.ศ. 1346 ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าแอจังโดยพระภิกษุ 2 รูปที่เดินทางกลับมาจากจีน วัดแห่งนี้ได้ถูกไฟไหม้ในปี พ.ศ. 2360 และได้รับการบูรณะใหม่ ในปี พ.ศ. 2361 ความสำคัญของวัดนี้คือ มีพระไตรปิฎก ฉบับเกาหลีที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่ พระไตรปิฎกฉบับนี้ถูกแกะสลักไว้บนแม่พิมพ์ไม้ 81,350 ชิ้น ซึ่งแผ่นไม้ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1794 เพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าให้คุ้มครองประชาชนในช่วงสงครามกับมองโกเลียที่ได้เข้ามารุกราน
ในปี พ.ศ. 2538 องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้วัดแฮอินซา ซึ่งเป็นสถานที่เก็บพระไตรปิฎกฉบับเก็บสลักไม้ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 19 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
วัดแฮอินซา เกาหลีใต้
คำเรียกสั้นๆ เราจะเรียกกันว่า วัดอรุณ หรือในภาษาพูดจะเรียกว่า วัดแจ้ง วัดจะตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา จุดเด่นของวัดอรุณนั้นจะเห็นยอดพระปรางค์ ที่สูงเด่นเป็นสง่า และถือได้ว่าวัดอรุณเป็นวัดที่มีพระปรางค์สูงที่สุดในประเทศไทย
วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า “วัดมะกอก” ตามชื่อตำบลบางมะกอกซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งขอวัด ซึ่งในภายหลังเปลี่ยนเป็น “วัดมะกอกนอก” เพราะมีวัดสร้างขึ้นใหม่ในตำบลเดียวกันแต่ อยู่ลึกเข้าไปในคลองบางกอกใหญ่ชื่อ “วัดมะกอกใน”
ที่มาของชื่อวัดแจ้ง หรือวัดอรุณ นั้นเนื่องมาจาก ใน พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรีจึงเสด็จกรีฑาทัพล่องลงมาทางชลมารคถึงหน้าวัดมะกอกนอกนี้เมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี จึงทรงเปลี่ยนชื่อวัดมะกอกนอกเป็น “วัดแจ้ง” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งนิมิตที่ได้เสด็จมาถึงวัด นี้เมื่อเวลาอรุณรุ่ง
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ประเทศไทย
พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของลาว เป็นพระธาตุที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนหัวเหน่า 27 องค์ ตั้งอยู่กลางกรุงเวียงจันทน์ รูปแบบสถาปัตยกรรมเหมือนกับพระธาตุพนม และสร้างขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
พระธาตุหลวง นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งเวียงจันทน์ และเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศและผู้ที่นับถือศาสนาพุทธโดยทั่วไป ตามตำนานได้กล่าวไว้ว่าพระธาตุหลวงมีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกันพระธาตุพนมในประเทศไทย และปรากฏความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง สถานที่นี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างของประเทศลาว ดังปรากฏว่าตราแผ่นดินของลาวที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มีรูปพระธาตุหลวงเป็น ภาพประธานในดวงตรา
นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปลาวจึงไม่พลาดที่จะไปนมัสการและชมความสวยงามของพระธาตุหลวงแห่งนี้ครับ
พระธาตุหลวง (Pha That Luang) ประเทศลาว
วัดโจคัง ตั้งอยู่ใจกลางของนครลาซา วัดโจคังเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของทิเบต สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1190 โดย Songtsen Gampo ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี ผู้เข้าชมจะได้พบกับประติมากรรมอันสวยงามแปลกตา และในทุกๆปีจะมีเทศกาลสวดมนต์ครั้งใหญ่จัดขึ้นที่นี่ วัดแห่งนี้ถูกเรียกว่าอีกชื่อหนึ่งว่า ‘House of Wisdom’ หรือบ้านของภูมิปัญญา และเป็นที่รู้จักอีกในชื่อ ‘House of the Lord’ ซึ่งหมายความว่าบ้านของจักรพรรค
วัดโจคังยังเป็นศูนย์กลางสำหรับการแสวงบุญที่สำคัญของชาวพุทธมานานหลายศตวรรษ ซึ่งถูกขับไล่หลายครั้งโดยชาวมองโกเลีย แต่สถานที่แห่งนี้ยังคงอยู่รอดมาได้ในหลายศตวรรษที่ผ่านมา วัดนี้บริเวณกว้างและครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 25,000 ตารางเมตร และมีเสาจารึกซึ่งสร้างขึ้นโดยจีนในปี พ.ศ. 2336 ในช่วงที่ไข้ทรพิษระบาดหนักว่า “จีนและทิเบตได้ให้สัญญาและเคารพซึ่งกันและกัน รวมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับมาตรการสุขอนามัยเพื่อป้องกันไข้ทรพิษ”
ชาวทิเบตส่วนใหญ่ยกให้วัดโจคังแห่งนี้เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์และ ความสำคัญที่สุดในทิเบต และยูเนสโก้ยังยกย่องวัดแห่งนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘กลุ่มโบราณสถานพระราชวังโปตาลา’ มรดกโลก
จุดเด่นสำคัญของวัดนี้คือบนหลังคาวัด มีรูปปั้นสัญลักษณ์ของพระธรรมจักรกัปวัตนสูตร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการปฐมเทศนาของพระพุทธองค์ เป็นรูปธรรมจักรและกวาง 2 ตัวนอนหมอบหันหน้าเข้าหาธรรมจักร ทั้งธรรมจักรและกวาง หุ้มด้วยทองคำแท้ ส่วนหลังคาวัดโจคังก็ประดับด้วยทองคำ
วัดโจคัง (Jokhang Temple) เขตปกครองตนเองทิเบต
วัดโทไดจิ หรือที่เรียกกันติดปากว่า วัดพระพุทธรูปไดบุตสึเมืองนะระ เป็นวัดในศาสนาพุทธที่เมืองนะระ ประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นสำคัญคือหอไดบุตสึ (Daibutsuden/ Big Buddha Hall) หรือ “วิหารหลวงพ่อโต” วิหารไม้ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุตสึหล่อสำริดขนาดใหญ่สูง 14.98 เมตร น้ำหนักราว 500 ตัน หล่อโดยช่างสมัยเท็มเปียว (729-764) และเป็นต้นแบบของพระไดบุตสึวัดโคโตกุในเมืองคามาคุระ นอกจากนี้ วัดนี้ยังเป็นศูนย์กลางของโรงเรียนศาสนาในสายเคงอนอีกด้วย วัดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในทะเบียนเดียวกับวัด ศาลเจ้า และสถานที่สำคัญอื่นๆอีก 7 แห่งในเมืองนะระ
วัดโทไดจิ สร้างเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 1294 ต่อมาใน พ.ศ. 1295 ได้มีการจัดพิธีเบิกพระเนตรเพื่อฉลองพระพุทธรูปองค์ใหม่ โดยมีพระภิกษุชาวอินเดียชื่อว่าพระโพธิเสนะ เป็นผู้ประกอบพิธี ตามบันทึกมีผู้มาร่วมพิธีราว 10,000 คน หลังจากนั้นจักรพรรดิโชมุได้ทรงประกาศให้วัดโทไดเป็นวัดประจำจังหวัดยะมะโตะ และเป็นศูนย์กลางของวัดทั่วอาณาจักร
การสร้างวัดโทไดจิ มีวัตถุประสงค์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงบุญญาธิการขององค์จักรพรรดิญี่ปุ่นและเพื่อคุ้มครองชาวเมือง ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติเนื่องจากจักรพรรดิทรงมีความเชื่อว่าพระพุทธรูปจะช่วย ปกป้องคุ้มครองชาวเมืองให้รอดพ้นจากภัยพิบัติทั้งภัยธรรมชาติและโรคระบาดได้
วัดโทไดจิ (Todaiji temple) ประเทศญี่ปุ่น
เป็นสถูปที่ตั้งอยู่ห่างจากกรุง กาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันออกประมาณ 8 กิโลเมตร โดยมีเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล บนเจดีย์มีดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้า (Wisdom Eyes) ทั้งสี่ทิศ บริเวณวัดเป็นแหล่งชุมชนของชาวพุทธมหายานจากทิเบตที่อพยพเข้ามาในปี พ.ศ. 2502 จึงจะเห็นพระทิเบตและคนทั่วไปยืนแกว่งล้อมนต์พร้อมกับสวดมนต์อยู่ทั่วไป องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนสถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2522
มหาเจดีย์โพธินาถ : หมายถึง “พระพทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่ง” โดยเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล (สูง 38 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 32 เมตร) ชาวทิเบตเรียกกันในชื่อ “จารุง กาโซว์ โชร์เตน (Jarung Kashor Chorten)”
องค์เจดีย์ มีฐานทรงดอกบัวตูม มีเค้าศิลปะค่อนไปในทางทิเบต เห็นได้ชัดจากรูปแบบการก่อสร้างฐานสถูป ที่อิงคติปริศนาธรรมมัณฑลา (Mandala) อันเป็นรูปธรรมนิมิตตามคติพุทธศาสนาแบบทิเบต ในความหมาย เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสุตว์ต่างๆในขณะรู้แจ้ง
มหาเจดีย์โพธินาถ หรือ พุทธนาถ (Boudhanath) ประเทศเนปาล
วัดมหาโพธิในพุทธคยาเป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธสังเวชนียสถานที่มีความสำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก
วัดมหาโพธิ ปัจจุบันตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแม่น้ำเนรัญชรา ไกลจากฝั่งแม่น้ำประมาณ 350 เมตร (นับจากพระแท่นวัชรอาสน์) พุทธคยามีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ โดยสูงถึง 51 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 121.29 เมตร ล้อมรอบด้วยโบราณวัตถุ โบราณสถานสำคัญ เช่น ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระแท่นวัชรอาสน์ ที่ประทับตรัสรู้ และอนิมิสสเจดีย์ เป็นต้น ซึ่งนอกจากพุทธสถานโบราณแล้ว บริเวณโดยรอบพุทธคยายังเป็นที่ตั้งของวัดพุทธนานาชาติ รวมทั้งวัดไทยคือ วัดไทยพุทธคยา
สำหรับชาวพุทธ พุทธคยา นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลกที่ ต้องการมาสักการะสังเวชนียสถานสำคัญ 1 ใน 4 แห่งของพระพุทธศาสนา(สถานที่ 4 แห่ง สำคัญ เป็นสถานที่เกิดแห่งการณ์สำคัญของพระพุทธองค์ได้แก่ ประสูติ, ตรัสรู้, ปฐมเทศนา, ปรินิพพาน) โดยในปี พ.ศ. 2545 วัดมหาโพธิ (พุทธคยา) สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม ขององค์การยูเนสโก
วัดมหาโพธิ ในพุทธคยา (Mahabodhi Temple) ประเทศอินเดีย
เจดีย์ชเวดากองพระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น
พระเจดีย์มีความสูง 326 ฟุต เส้นรอบวง 1,420 ฟุต สูงกว่าระดับน้ำทะเล 190 ฟุต ประดับด้วยแผ่นทองคำ 4 หมื่นแผ่น รวมน้ำหนักทอง 8 ตัน สำหรับฉัตรซึ่งครอบยอดเจดีย์ ก็มีการซ่อมแซมหรือสร้างขึ้นใหม่มาเป็นระยะๆ ฉัตรเก่าสร้างในสมัยพระเจ้ามิน ดงในปี ค.ศ. 1871 สูง 33 ฟุต เส้นผ่าศูนย์กลาง 18 ฟุต ขณะนี้ก็ยังตั้งไว้ให้ประชาชนได้ชมอยู่ ครั้งล่าสุดได้มีการสร้างฉัตรขึ้นใหม่เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมานี้เอง โดยประดับเพชรพลอยรวมถึง 4,351 เม็ดรวม น้ำหนัก 2,000 กะรัต เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดบนยอดฉัตรมีฐานกว้าง 2 ฟุต ยาว 1 ฟุต 10 นิ้ว และหนัก 76 กะรัต นอกจากนี้ พระเจดีย์ชเวดากองก็ยังมีวัตถุที่มีคุณค่าทางศาสนา ศิลปะ ประวัติศาสตร์และอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ระฆังที่พระเจ้าสิงคุทรงสร้างไว้ (Singhu)
พระเจ้าสิงคุทรงสร้างไว้เมื่อปีค.ศ. 1778 หล่อด้วยปัญจโลหะ คือทอง เงิน ทองแดง ตะกั่วและสังกะสี สูง 8 ฟุต หนัก 23 ตัน ในปี ค.ศ. 1824 พม่าได้ทำสงครามกับอังกฤษเป็นครั้งแรกและอังกฤษได้ยึดเจดีย์ชเวดากองได้และได้ทำการขนทรัพย์สินกลับไปอังกฤษไปหลายอย่าง และได้ทำการขนย้ายระฆังนี้กลับไปด้วย แต่ระหว่างการเดินทางเรือที่ขนระฆังจมลงที่แม่น้ำย่างกุ้ง ต่อมาพม่าจึงทำการกู้ระฆังใบนี้ด้วยตนเองและนำมาติดตั้งไว้ที่เจดีย์ชเวดา กองได้เช่นเดิม ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจของประชาชนพม่าโดยทั่วไปมาจนทุกวันนี้ นอกจากนั้นก็ยังมีพระพุทธรูปสลักจากหยกทั้งก้อน ซึ่งได้มาจากรัฐคะฉิ่นในปีค.ศ. 1999 ในโอกาสที่ได้สร้างฉัตรใหม่ และยังมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งได้นำเมล็ดมาปลูกจากพุทธคยาเมื่อ 79 ปีก่อน และของมีค่าอื่น ๆ อีกมากมาย
พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) ประเทศเมียนมาร์
พุกาม เคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรโบราณพุกาม (พ.ศ. 1587 – พ.ศ. 1830) เป็นอาณาจักรแห่งแรกในประวัติศาสตร์พม่า
พุกาม ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ อยู่ห่างประมาณ 90 ไมล์ หรือ 145 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมัณฑะเลย์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เขตเมืองเก่า (เขตที่ตั้งอาณาจักรพุกาม) เขตเมืองใหม่ (เขตที่อยู่อาศัยปัจจุบัน) และยองอู (เขตพาณิชยกรรมและเศรษฐกิจ) มีสนามบินชื่อ สนามบินยองอู เป็นสนามบินประจำเมือง รายได้หลักของเมืองคือ การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนที่นี่เสมอทุกช่วงปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียด้วยกัน
พุกามได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์ เจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวซีโกน สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม โดยธรรมเนียมการสร้างเจดีย์ เจดีย์องค์ใหญ่สุดจะเป็นเจดีย์ที่กษัตริย์ทรงสร้าง และองค์ที่มีขนาดเล็กถัดมา เป็นการสร้างโดยเหล่าขุนนาง อำมาตย์ ลดหลั่นลงมาตามบรรดาศักดิ์ นอกจากเจดีย์ชเวซีโกนแล้ว ยังมีเจดีย์สำคัญ ๆ อีกหลายองค์และวัดสำคัญ ๆ อีกเช่น เจดีย์ชเวซันดอ, อานันทวิหาร, เจดีย์ตะเบียงนิว, วัดพะยาตองซู เป็นต้น
พุกาม (Bagan) ประเทศเมียนมาร์
มหาสถูปบุโรพุทโธ ในภาษาอินโดนีเซียจะออกเสียงว่า บาราบูดูร์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในภาคกลางของเกาะชวา ห่างจากยอกยาการ์ตาไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 1293 – 1393 โดยบุโรพุทโธเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ถ้าไม่นับนครวัดของกัมพูชาซึ่งเป็นทั้งศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาพุทธ บุโรพุทโธจะเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ในปีพ.ศ. 2534 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้บุโรพุทโธเป็นมรดกโลก
บุโรพุทโธสร้างขึ้นโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร์ เป็นสถูปแบบมหายาน สันนิษฐานว่าสร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 7-9 หรือ ปี พ.ศ. 1393 ตั้งอยู่ทางภาคกลางของเกาะชวา บนที่ราบเกฑุ ทางฝั่งขวาใกล้กับแม่น้ำโปรโก ห่างจากยอกยาการ์ตา ทางตะวันตกเฉียงเหนือ 40 กิโลเมตร บุโรพุทโธสร้างด้วยหินภูเขาไฟประมาณ 2 ล้านตารางฟุตบนฐานสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 121 เมตร สูง 403 ฟุต เป็นรูปทรงแบบปิรามิด มีลานเป็นชั้นลดหลั่นกัน 8 ชั้น และใน 8 ชั้นนั้น 5 ชั้นล่างเป็นลาน 4 เหลี่ยม 3 ชั้นบนเป็นลานวงกลม และบนลานกลมชั้งสูงสุดมีพระสถูปตั้งสูงขึ้นไปอีก 31.5 เมตร เป็นมหาสถูปที่ระเบียงซ้อนกันเป็นชั้นๆลดหลั่นกันไป การสร้างบุโรพุทโธคาดการณ์ว่าใช้จำนวนก้อนหินกว่า 2 ล้านก้อน บุโรพุทโธได้ถูกทอดทิ้งในศตวรรษที่ 14 ด้วยเหตุผลที่ยังคงยังเป็นปริศนาและซ่อนมานานหลายศตวรรษในป่าที่อยู่ภายใต้ชั้นของเถ้าภูเขาไฟ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซีย และได้ถูกจัดอันดับให้เป็นวัดในศาสนาพุทธที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโดย กินเนสบุ็ค เวิร์ด เรคคอร์ด
บุโรพุทโธ (Borobudur) ประเทศอินโดนีเซีย
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ต่างๆดังนี้
http://www.dhammathai.org http://www.oceansmile.com http://www.vnizetravel.com http://www.about108.com http://www.oknation.net/ http://www.kammatan.com http://www.guinnessworldrecords.com http://www.timetravelturtle.com http://www.top1us.com http://wikipedia.org
ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด
ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook เพจได้ที่ www.facebook.com/faith108
หรือติดตามช่อง YouTube Channel ได้ที่ www.youtube.com/FaithThaiStory
ร่วมแชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยววัดด้วยกัน ได้ที่ กลุ่มรวมพลคนชอบเที่ยววัด